สิ่งที่เราต้องมีคือ
• เหยือกน้ำเล็กๆ 2 เหยือก
• ช้อนชา จำนวน 2 ช้อน
• น้ำ
• น้ำตาล
• แป้ง
• โซดาแครกเกอร์ แบบ Sugarless
วิธีทดลอง
1. ใส่ โซดาแครกเกอร์ในปาก แล้ว เคี้ยว ประมาณ 1 นาที ( อย่ากลืน)
2. ขณะที่คุณเคี้ยว รสเป็นยังไงบ้าง น่าจะมีรสค่อนข้างหวาน จำไว้ว่าห้ามกลืนจนกว่าจะ 1 นาทีผ่านไป เมื่อแครกเกอร์ผสมกับน้ำลายมันจะเปลี่ยนจากแป้ง เป็นน้ำตาล แล้วลองถามตัวเองซิว่า ทำไมถึงเปลี่ยนจากแป้งไปเป็นน้ำตาลได้ เพราะว่า น้ำตาลจะดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้ง่าย ทำไม?
3. นำเหยือก 2 เหยือกมาเติมน้ำครึ่งเหยือก
4.เติมน้ำตาล 1 ช้อนชา ใส่ลงไปในเหยือก 1 เหยือก แล้วผสมกัน 1 นาที แล้ว ใส่แป้งลงไปในอีกเหยือกนึง แล้วผสมกัน 1 นาที
5. เปรียบเทียบ 2 เหยือกที่เพิ่งผสมเสร็จ ว่าเหยือกไหนที่ส่วนผสมละลายได้หมดกว่ากัน ถ้าคุณทำการทดลองได้ถูกต้อง น่าจะเป็นเหยือกแรกที่มีส่วนผสมของน้ำตาล
คุณรู้ไหมว่า ทำไม น้ำลายจึงสามารถเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล เป็นเพราะว่าภายในน้ำลายมีน้ำย่อย ที่เรียกว่า amylase ซึ่งน้ำย่อยนี้จะทำหน้าที่ช่วยย่อยอาหาร ซึ่งมีน้ำย่อยอีกหลายตัว มีน้ำย่อยในร่างกายคนเราที่ผลิตได้มีมากกว่า 20 ตัว
ในกระเพาะอาหารของเรา กระเพาะจะขับน้ำย่อย Pepsin ซึ่งจะย่อยอาหารโปรตีน
ส่วนในลำไส้เล็ก จะมีน้ำย่อย 2 ตัว ที่เรียกว่า lactase และ maltase ซึ่งย่อยอาหารประเภทแป้งไปเป็นน้ำตาล
ตับ ทำหน้าที่ผลิตน้ำดี น้ำดี เป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการย่อยอาหารพวกไขมัน แล้วเก็บกักไว้ใช้ที่ถุงน้ำดี ถุงน้ำดีจะบีบตัวเพื่อปล่อยน้ำดีปริมาณมากลงมาในลำไส้เพื่อทำหน้าที่ในการช่วยย่อยอาหารนั่นเอง และช่วยขับของเสียอื่น ๆ ออกจากร่างกาย ถึงแม้ว่าตับเป็นอวัยวะที่เล็ก แต่มันมีบทบาทที่สำคัญมากในการย่อยอาหาร ต่อไปจะพูดถึง ตับอ่อน ผลิต pancreatic ที่ไว้ช่วยย่อยอาหารในลำไส้เล็ก